1.งานวันแรกพบ/รับเพื่อนใหม่
วันที่ 16 พ.ค. 2550 - วันแรกพบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ท่าพระจันทร์ พวกเราจะต้องเตรียมตัวการขยายสมาชิกและการประชาสัมพันธ์องค์กรของเรา
วันที่ 19-21 พ.ค. 2550 - วันรับเพื่อนใหม่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พวกเราจะต้องทำบูทในวันเปิดโลกกิจกรรมในวันที่ 20 พ.ค. และทำการรับสมัครสมาชิก
ทั้งนี้ เราต้องไปติดต่อกับ อมธ. เพื่อขอเวลาในการทำกิจกรรมวันแรกพบ และขอพื้นที่จัดบูทในวันรับเพื่อนใหม่
2.ยุทธศาสตร์/ยุทธวิธีใหม่ในปี 2550
แนวทางการทำงานของเราจะต้องมีการเน้นไปในสองด้านคือ
- ยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาทางทฤษฎี จะประกอบไปด้วย
1.)กลุ่มศึกษา
2.)เอกสาร
3.)หนังสือพิมพ์พรรคฯ
ทั้งนี้ ยุทธวิธีในการให้การศึกษาภาคทฤษฎีแก่สมาชิกของเราจะต้องมีการปรับปรุงทำเป็นหลักสูตรสำเร็จที่ชี้ขาดทางทฤษฎีออกมา แต่ไม่แข็งทื่อและทำการเปลี่ยนแปลงได้ผ่านการแลกเปลี่ยนอภิปรายกันอย่างกว้างขวางในหมู่สมาชิกทั้งมวลในกลุ่มศึกษา นั่นหมายความว่า 1.)กลุ่มศึกษา และ 2.)เอกสาร จะต้องมีความผูกพันกันเป็นหลักสูตรให้การศึกษาดังนี้
หลักสูตรทางทฤษฎีประกอบไปด้วย
1.) ทางด้านเศรษฐกิจ
1.1)เศรษฐกิจทุนนิยม ความหมายของคำว่า "ขูดรีด" และพัฒนาการความเป็นมาของทุนนิยม
1.2)เศรษฐกิจทางเลือก เศรษฐกิจสังคมนิยม*** รัฐสวัสดิการ และเศรษฐกิจทางเลือกอื่นๆ
2.)ทางด้านสังคมและการเมือง
2.1)ว่าด้วยชนชั้น กล่าวถึงชนชั้นในสังคมที่ขูดรีดและถูกขูดรีด เชื่อมโยงกับทางด้านเศรษฐกิจ
2.2)ว่าด้วยรัฐ โครงสร้างองค์ประกอบของรัฐ ฐานะของรัฐอยู่ในฐานะของเครื่องมือของชนชั้นอย่างไร
2.3)การเมืองภาคประชาชน การต่อสู้ของชนชั้นที่ถูกกดขี่ในรูปแบบต่างๆ และเป้าหมายของการต่อสู้แต่ละชนิด สังคมนิยม*** รัฐสวัสดิการ และการเมืองทางเลือกอื่นๆ
3.)ทางด้านประวัติศาสตร์
3.1)ประวัติศาสตร์การเมือง/การเมืองภาคประชาชนไทย การเมืองและการต่อสู้ของชนชั้นปกครองและประชาชนในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาของรัฐไทย
3.2)สถาบันอันดำมืดของสังคมไทย***
ทั้งนี้เป้าหมายในการให้การศึกษาแบ่งเป็นสองชนิด
1.)การปลูกฝังให้การศึกษาทางทฤษฎีอย่างชี้ขาดและเข้มข้นอย่างลงรากและเข้าใจแก่สมาชิกคนทำงาน เพื่อให้เป็นหัวหอกในการจัดตั้งและทำกิจกรรมได้อย่างแหลมคมต่อไป
2.)การให้การศึกษาทางทฤษฎีโดยทั่วไปให้เกิดความเข้าใจพื้นฐานเบื้องต้นเพื่อให้เกิดความสมัครใจและความกระตือรือร้นที่จะเข้าร่วมแก่มวลชนนักศึกษาที่เป็นสมาชิกระดับทั่วๆไปและมวลชนที่เป็นบุคคลภายนอก
ทั้งนี้การให้การศึกษาลงไปสู่สมาชิกและมวลชน จะไปในสองลักษณะคือ
การจัดกลุ่มศึกษา
การจัดกลุ่มศึกษาในกลุ่มที่ 1.) อาจจะจัดสักอาทิตย์ละ 1 ครั้งเป็นอย่างต่ำ โดยจะให้การศึกษาตามหลักสูตรที่ยกมาข้างต้นทุกประการและในกลุ่มที่ 2.) จัดเดือนละ 2 ครั้งเป็นอย่างต่ำ โดยให้การศึกษาตามหลักสูตรข้างต้นทุกประการเว้นแต่ที่มีเครื่องหมาย *** จะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างสูงในการให้การศึกษา
ทั้งนี้ ทุกหลักสูตรที่เราจะทำการให้การศึกษา จะต้องเป็นไปตามหลักสูตรทางทฤษฎีของเรา ที่อธิบายให้เห็นอย่างแจ่มแจ้งและชัดเจนถึงการชี้ขาดทางทฤษฎีของเรา เพื่อนำไปให้การศึกษาแก่มวลชนและสมาชิกของเราได้ในโอกาสต่อๆไป ถือเป็นหลักสูตรที่ต้องเรียนประจำองค์กรของเรา
การแจกจ่ายเอกสารหลักสูตรของเรา
เรามีความจำเป็นที่จะต้องจัดพิมพ์ทฤษฎีเหล่านี้ของเราออกมาเป็นเอกสาร เพื่อนำไปใช้ให้การศึกษาแก่มวลชนได้ต่อไปในอนาคต ทั้งนี้เอกสารเหล่านี้ จำเป็นที่เราจะต้องทำพิมพ์ออกแจกจ่ายแก่สมาชิกคนทำงาน สมาชิกทั่วๆไป และบุคคลผู้สนใจทั่วๆไปในแต่ละประเด็นหัวข้อ ตามลักษณะเฉเพาะของหัวข้อและลักษณะของสมาชิกจัดทำในลักษณะรูปเล่มเล็กๆ ต้นทุนไม่แพง เพื่อให้แจกจ่ายได้สะดวกและประหยัดค่าใช้จ่าย โดยที่แจกจ่ายให้แก่สมาชิกทุกคนในแต่ละหัวข้อก่อนที่จะมีกลุ่มศึกษาเพื่อแลกเปลี่ยนในหัวข้อนั้นๆ นอกจากเป็นการให้ผู้เข้าร่วมการศึกษาได้ศึกษาเตรียมพร้อมก่อนเข้าสู่กลุ่มแลกเปลี่ยนแล้ว ยังเป็นการทำให้เราได้ติดต่อกับสมาชิกอย่างสม่ำเสมอไม่ขาดสายด้วย ทั้งนี้เป็นภาระหน้าที่ของฝ่ายวิชาการของพรรคฯและส่วนอื่นๆที่จะไปทำหน้าที่นี้
ขั้นตอนของการให้การศึกษา
ผู้ได้รับการศึกษาและผ่านการศึกษาอย่างเข้มข้นในกลุ่มที่ 1.) จะต้องเป็นผู้กลั่นกรองทฤษฎีที่ตนศึกษามาเพื่อนำลงไปให้การศึกษาให้เกิดความเข้าใจโดยง่ายแก่มวลชนทั่วๆไปในกลุ่มที่ 2.) เมื่อมวลชนในกลุ่ม 2.) เกิดความเข้าใจและ*สมัครใจ*ที่จะเข้าร่วมขบวนการของเราผ่านการให้การศึกษาแล้ว เมื่อนั้นเราจึงจะสามารถให้การศึกษาในระดับของกลุ่มที่ 1.) ได้ การจัดกลุ่มศึกษาและให้การศึกษาแก่กลุ่มที่ 1.) จะต้องกระทำก่อนให้การศึกษาแก่กลุ่มที่ 2.) ให้สมาชิกคนทำงานเป็นหัวหอกในการให้การศึกษาและจัดตั้งแก่กลุ่มที่ 2.)
ทั้งนี้เหตุที่ต้องแยกออกเป็นสองกลุ่ม ก็เนื่องจากบางประเด็นเป็นประเด็นที่สมาชิกบางส่วนโดยเฉเพาะผู้ที่เป็นสมาชิกคนทำงานและมีความสมัครใจเข้าร่วมในขบวนการ ผู้เป็นหัวหอกในการทำกิจกรรมทั้งมวลขององค์กรจำเป็นต้องได้รับการศึกษาชี้ขาดทางทฤษฎีเพื่อความแหลมคมในทางปฏิบัติและความเข้าใจต่อการเคลื่อนไหว ในขณะที่สมาชิกหรือมวลชนบางส่วนยังไม่พร้อมและไม่สามารถรับการชี้ขาดทางทฤษฎีดังกล่าวได้ จนกว่าจะปักใจเชื่อและสมัครใจเข้าร่วมในขบวนการอย่างมุ่งมั่นแล้ว จึงเป็นที่พูดคุยกันได้ ประเด็นที่ว่าเช่นหลักสูตรทางทฤษฎีในข้อ 3.2) ข้างต้น จึงเป็นเหตุให้ต้องมีการแยกกลุ่มศึกษาทางทฤษฎีออกมาเป็นเช่นนี้
-ยุทธศาสตร์ด้านการลงสนามสู่ภาคปฏิบัติ
ในเวลาที่การเคลื่อนไหวยังไม่สามารถออกสู่การชุมนุมทางการเมืองอย่างถึงลูกถึงคนต่ออำนาจรัฐได้ สิ่งที่พวกเราจะต้องเร่งจัดทำในขณะนี้ก็คึอการให้การศึกษาแก่มวลชนอย่างถึงที่สุดตามยุทธศาสตร์ด้านการให้การศึกษาทางทฤษฎี และการนำมวลชนที่ได้รับการศึกษาและยังไม่ได้รับการศึกษาไปเข้าใจสภาพความเป็นจริงของมวลชนที่ทุกข์ยาก ด้ายการออกไปนอกสถานที่ รูปแบบกิจกรรมที่เราจะทำออกมาคือ
1.) การลงพื้นที่เพื่อไปศึกษาเพื่อ รับรู้และเข้าใจถึงที่มาของสภาพความเป็นอยู่ของมวลชนผู้ทุกข์ยากทั้งมวล เป็นกิจจกรรมในลักษณะแรลลี่สักเดือนละหนึ่งครั้งเป็นอย่างต่ำ โดยอาจจะประสานงานกับพันธมิตรใกล้เคียงที่สามารถนำเราไปลงพื้นที่ได้ เราจะลงไปในพื้นที่ต่างๆดังนี้คือ
-ลงไปศึกษาสภาพชีวิตของแรงงาน โดยอาจจะขอความช่วยเหลือจากพันธมิตรของเราในสหภาพแรงงานกลุ่มย่านฯ
-ลงไปศึกษาสภาพชีวิตของคนต่างด้าว ชาวพม่าเป็นอาทิ โดยอาจขอความช่วยเหลือจากพี่ต้อมของเรา
-ลงไปศึกษาสภาพชีวิตของชุมชนสลัม โดยอาจจะผ่านความช่วยเหลือจากชมรมเสื่อมฯ ที่รามฯ
3.การจัดตั้งเป็นชมรมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ได้มีการไปพูดคุยกับปริญญามาแล้ว ปรากฏว่ามีปัญหาหากจะใช้ชื่อกลุ่ม "เลี้ยวซ้าย" ในการจัดตั้งชมรมขึ้นมา เนื่องจากความไม่ชัดเจนในความหมายของชื่อ จึงมีการเสนอให้ลงมติเพื่อเปลี่ยนชื่อองค์กรของเราจาก "เลี้ยวซ้าย" เป็น "กลุ่มศึกษาสังคมเพื่อประชาธิปไตย" ชื่อภาษาอังกฤษว่า "Organization of Social Study for Democracy" ชื่อย่อภาษาไทยคือ "ศสป." ชื่อย่อภาษาอังกฤษคือ "SSD"
ทั้งนี้ต้องมีการนำเอกสารต่างๆกลับมาแก้ไขรายละเอียดหลายๆประการเพื่อเสนอจัดตั้งเป็นชมรม ซึ่งคาดว่าจะทำให้องค์กรของเราก่อตั้งเป็นชมรมที่ถูกต้องตามกฏหมายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้เร็วๆนี้
ทั้งนี้เรามีความจำเป็นต้องแยกองค์กรของเราออกมาเป็นส่วนชมรมเลย แม้นว่าผูกพันอยู่กับพรรคแนวร่วมภาคประชาชน แต่จะต้องไม่ใช้ทะเบียนสมาชิกและทะเบียนรับหนังสือพิมพ์อันเดียวกันกับพรรคแนวร่วมภาคประชาชน สมาชิกของชมรมจะไม่ใช่สมาชิกพรรคฯจนกว่าจะทำการสมัครเป็นสมาชิกพรรคฯโดยสมัครใจ เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการภายในมหาวิทยาลัย ในฐานะเป็นองค์กรชมรมในมหาวิทยาลัย และป้องกันความสับสน การจัดการและอำนาจทั้งหมดตกอยู่กับสมาชิกของพรรคฯและชมรมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทั้งมวลโดยไม่เกี่ยวข้องกับการจัดการใดๆจากส่วนกลางพรรคฯ
บันทึกและเพิ่มเติมผลการประชุม และนำเสนอยุทธศาสตร์/ยุทธวิธีโดย ส.อัคคี(ตี้)
edit @ 2007/04/25 21:05:34 edit @ 2007/04/25 21:16:33
edit @ 2007/04/25 21:23:56